สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

สัมภาษณ์: "ภาคภูมิ โปธา"จากเยาวชนคนรุ่นใหม่ สู่รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลปิงโค้ง

สัมภาษณ์: "ภาคภูมิ โปธา"จากเยาวชนคนรุ่นใหม่  สู่รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลปิงโค้ง

อยากให้เล่าพื้นเพชีวิตให้ฟังหน่อย ว่าเติบโตและเล่าเรียนมาอย่างไรบ้าง?

ผมเกิดที่บ้านแม่ป๋าม เติบโตมาที่นั่น ผมจบป.6 ที่โรงเรียนบ้านแม่ป๋าม แล้วมาศึกษาต่อที่โรงเรียนบ้านปางเฟือง ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาส จนจบม.3 แล้วไปเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.6 โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม ต่อมาได้ไปเรียนที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ หรือที่รู้จักในนาม เกษตรสันป่าตอง ได้วุฒิ ปวส. และเรียนต่อปริญญาตรี สาขาพืชสวน ที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตลำปาง หรือ เกษตรแม่วัง หลังจากนั้นก็ได้มุ่งมั่นที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด โดยเริ่มต้นกลับมาทำงานที่ โครงการจัดการลุ่มน้ำแม่ปิง (ตอนบน) อำเภอเชียงดาว และได้ศึกษาต่อที่ จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน จนได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ปวค.) 

ในช่วงที่ทำงานโครงการจัดการลุ่มน้ำแม่ปิง ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ ป่าไม้ รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่ปิง 60 หมู่บ้าน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ตรงนี้ ทำให้ผมเกิดกระบวนการเรียนรู้ในการทำงานร่วมกับชุมชนมากขึ้น และต่อมา ผมยังได้รับโอกาสจากหัวหน้าบรรจบ มำขุนทด ชักชวนไปทำงานที่หน่วยจัดการต้นน้ำดอยผาแดงอีกด้วย ซึ่งทำให้ผมได้รับความรู้ประสบการณ์ต่างๆ เป็นอย่างมาก 

แล้วชีวิตมาหักเห สนใจทำงานด้านการเมืองท้องถิ่นได้อย่างไร?

ครั้งหนึ่ง ผมมีโอกาสในการร่วมคิดวางแผน ร่วมกับพี่น้องที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ ว่าทำอย่างไรถึงจะขับเคลื่อนตำบลปิงโค้งให้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงให้ได้ จนทำให้ช่วงนั้นเราได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิเคราะห์สิ่งที่อยู่รอบๆตัว สุดท้ายก็ไปไม่ถึงอย่างที่ตั้งใจไว้ และช่วงนั้นเอง ผมจึงตัดสินใจลาออกจากหน่วยจัดการต้นน้ำดอยผาแดง เพื่อขอเป็นตัวเลือก ในนามคนรุ่นใหม่เพื่อรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลปิงโค้ง จนได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เขต 2 เลือกเข้ามาเป็นตัวแทน ก็ต้องขอขอบพระคุณที่พี่น้องประชาชนที่ได้ให้โอกาส และเมื่อเข้าสู่ฝ่ายสภาเทศบาล ก็ได้รับเลือกเป็นเลขานุการสภาคนแรก ของสภาเทศบาลตำบลปิงโค้ง ในขณะนั้น

ทราบมาว่าได้มีโอกาสไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโท ไม่รู้ว่าได้นำความรู้ที่เรียนมาปรับใช้กับท้องถิ่นอย่างไรบ้าง

ครับ ผมมีโอกาสจริงๆสำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เดิมทีผมไม่เคยที่จะคิดว่าจะได้เรียนปริญญาโท เพราะต้องใช้เงินมาก และยังต้องมีพื้นฐานความรู้ที่ดีพอสมควร ซึ่งทั้งสองประเด็นผมไม่มีโอกาสนี้จริง แต่เมื่อโอกาสมาถึงผมจึงคว้ามันครับ เรื่องของเรื่อง ก็คือทางเทศบาลตำบลปิงโค้ง ได้ตั้งงบประมาณในการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท จำนวน 3 ทุน โดยแบ่งออกเป็น ฝ่ายบริหาร ฝ่ายสภาฯ และเจ้าหน้าที่ ทำให้ผมได้รับสิทธิ์นั้นในฝ่ายสภาฯ จึงได้ไปสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียนระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
ในช่วงที่เรียนนั้น ผมได้ทำการศึกษาค้นคว้าอิสระ เรื่องความรู้ความเข้าใจของประชาชน เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหาร และอำนาจหน้าที่ของเทศบาลตำบลปิงโค้ง ผลการศึกษาที่ได้คือประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ปานกลาง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในด้านการให้ความรู้ประชาชนก่อนการพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อที่จะได้เข้าใจบทบาทของเทศบาลอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างประชาชนกับเทศบาลมีพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อไป ดังนั้นผมจึงอยากนำเอาความรู้เหล่านี้ที่ได้ศึกษาค้นคว้าทั้งศาสตร์และศิลป์ มาปรับใช้ในการทำงานเพื่อพัฒนาศักยภาพของประชาชนต่อไป

ถือว่าเป็นอีกคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพยากรสิ่งแวดล้อมมาก มีแนวคิดด้านนี้อย่างไรบ้าง? 

ครับ คือผมมองว่า ตำบลปิงโค้ง นั้นเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แม่น้ำ ภูเขา และที่สำคัญเรามีต้นทุนชีวิตของพี่น้องชนเผ่าต่างๆ ที่มีวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ที่สอดคล้องกับการดำรงอยู่ระหว่างคนกับธรรมชาติ ได้อย่างงดงาม ทำให้การกำหนดนโยบายของนายสุทัศน์ บานเย็น นายกเทศมนตรี ได้นำเอาต้นทุนเดิมของคนตำบลปิงโค้ง ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ผลิตเป็นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์วัฒนธรรม ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงการระดมความคิดเห็นจากประชาชนในการกำหนดกรอบนโยบาย อย่างเป็นรูปธรรม และอีกเรื่องหนึ่งคือการฟื้นฟูอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยการนำพืชมหัศจรรย์ หญ้าแฝกมาปลูก เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของหญ้าแฝก เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการสร้างแหล่งเรียนรู้ในโครงการพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนได้น้อมนำเอาพระราชดำริในด้านต่างๆไปประยุกต์ใช้ต่อไป

ในฐานะทำงานฝ่ายบริหารเทศบาล และถือว่าเป็นคนหนุ่ม มีความคาดหวังอยากเห็นชุมชนท้องถิ่นพัฒนาไปในทางใดบ้าง? 
ในฐานะที่ผมเป็นผู้ช่วยฝ่ายบริหาร เป็นรองนายกฯ ซึ่งได้รับมอบหมายงานจากนายกเทศมนตรี ให้ดูแลงานในด้านการศึกษา งานเกษตร และงานสร้างความเข้มแข็งชุมชน ซึ่งแต่ละงานล้วนแล้วมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถือได้ว่าเป็นงานมวลชน จึงต้องเน้นการทำงานเชิงรุกและเน้นประสิทธิภาพเป็นสำคัญ มีหลายด้านที่มองแล้วตำบลปิงโค้งต้องได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้น อย่างเช่นการเกษตร ตอนนี้เรามีมะม่วงที่มีคุณภาพ มีลำไยที่ออกทุกปี และข้าวโพดที่สร้างรายได้มหาศาล เราจะต้องช่วยกันพัฒนาให้ผลผลิตดีขึ้นต่อไป ในตอนนี้นโยบายที่สำคัญในการสร้างอาชีพเกษตรใหม่ก็คือ การส่งเสริมการปลูกกาแฟคุณภาพดี เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร ซึ่งเป็นพืชที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ตำบลปิงโค้งเป็นอย่างมาก และแนวโน้มตลาดกาแฟในอนาคตอาจจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรก็เป็นได้ นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งในการส่งเสริมการเกษตร

เรื่องความเข้มแข็งของชุมชน ในเวลานี้ มีความเห็นอย่างไรบ้าง? 

ในส่วนของการสร้างความเข้มแข็งชุมชน ผมคิดว่าเราต้องนำเอาความรู้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชน โดยนำเอาโครงการต่างๆที่ชุมชนสนใจ เป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคนในชุมชน เน้นการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และร่วมประเมินผล และควรตระหนักถึงการกระจายอำนาจให้ประชาชนได้เข้าถึงการบริการสาธารณะในด้านต่างๆอย่างเท่าเทียม

อยากจะบอกอะไรไปยังเพื่อนร่วมงานในเทศบาล และพี่น้องชาวบ้านในตำบลปิงโค้ง บ้าง? 

ผมคิดว่าการทำงานในยุคนี้ เราต้องปรับตัวเข้าหากัน โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงานอย่าพึงยึดติดการทำงานแบบเก่าๆเดิมๆ คือทำให้เสร็จไปเพียงวันๆ แต่เราต้องหันมาทบทวนและปรับเปลี่ยนการทำงานกันใหม่ คือทำด้วยใจรักในการบริการ ถือว่าเทศบาลเป็นหน่วยบริการประชาชน ที่ประชาชนคาดหวังอย่างมาก กับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ให้ท้องถิ่นก้าวหน้า มุ่งมั่นอาสา เพื่อพัฒนาตำบลปิงโค้งกันแล้วครับ 

ในส่วนของพี่น้องชาวบ้าน ผมคิดว่าพี่น้องที่ได้ใช้สิทธิ์ของตนเองในการทำหน้าที่เลือกตั้งตามกลไกลประชาธิไตย เสียงส่วนมาก ที่ได้ไว้วางใจให้ทีมงานปิงโค้ง พลังใหม่ ได้คนที่มีความรู้ ความสามารถ ได้ให้โอกาสเข้ามาบริหารงานในเทศบาลตำบลปิงโค้ง ซึ่งหลายคนคาดหวังกับการทำงานในรูปแบบใหม่ วิธีคิดใหม่ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงตำบปิงโค้งให้พัฒนาขึ้น ซึ่งเรื่องต่างๆเหล่านั้นต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด เรื่องนี้ ผมและทีมงานตระหนักอยู่เสมอว่าพวกเรามาจากประชาชน มีทุกวันนี้ได้เพราะประชาชน 

ดังนั้น เราจะต้องทำเพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถ และต้องขอกำลังใจ รวมถึงคำแนะนำ คำปรึกษาดีๆ จากพ่อแม่พี่น้องตำบลปิงโค้งอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อเป็นแรงผลักดันสร้างสรรค์งานต่างๆ ซึ่งผมคิดว่า กำลังใจเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดของคนทำงาน ดังนั้น ณ เวลานี้ เราจึงขอ”โอกาส”และ “เวลา” ในการทำงานด้วยนะครับ

ที่มา : วารสาร "วิถีชน ฅนปิงโค้ง" วารสารเทศบาลตำบลปิงโค้ง ฉบับที่ 2

view